วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

การแบ่งประเภทของเส้นขนมจีน

การแบ่งประเภทของเส้นขนมจีน



การแบ่งประเภทของเส้นขนมจีน

เส้นขนมจีน เป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่ง นอกจากน้ำยาแล้ว เส้นขนมจีนก็มีส่วนในความอร่อย อยู่มากทีเดียว เส้นต้องเหนียวนุ่ม ราดกับน้ำยาที่รสชาติอร่อยกลมกล่อมลงตัว
ความอร่อยได้เช่นกัน ร้านที่ขายขนมจีนน้ำยาในปัจจุบันนี้ ไม่ได้ทำเส้นขนมจีนเอง ส่วนใหญ่ซื้อจากแหล่งที่ผลิตเส้นขนมจีนต่างๆ เช่น ขนมจีนแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ขนมจีนปากเกร็ด จังหวัด
นนทบุรี เป็นขนมจีนเส้นเล็กเหนียวนุ่ม ลักษณะเฉพาะคือ จับเล็กกว่าที่อื่น ขนมจีนหล่มสักและหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ นิยมทำเป็นเป็นขนมจีนแป้งสด บีบและโรยเส้นกันสดๆ ในน้ำต้มเดือดเดี๋ยวนั้น จับเส้นที่สุกขยุ้มเป็นขด
เป็นวงเล็กๆ

การทำเส้นขนมจีนสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ ขนมจีนแป้งหมักและแป้งสด

1.ขนมจีนแป้งหมัก
เป็นเส้นขนมจีนที่นิยมทำทางภาคอีสาน เสันมีสีคล้ำออกน้ำตาล เหนียวนุ่มกว่าขนมจีนแป้งสด และเก็บไว้ได้นานกว่า ไม่เสียง่าย การทำขนมจีนแป้งหมักเป็นวิธีการทำเส้นขนมจีนแบบ
โบราณ ต้องเลือกใช้ข้าวแข็ง คือข้าวที่เรียกว่า ข้าวหนัก เช่น ข้าวเล็บมือนาง ข้าวปิ่นแก้ว ข้าวพลวง ถ้าข้าวยิ่งแข็งจะยิ่งดี เวลาทำขนมจีนแล้ว ทำให้ได้เส้นขนมจีนที่เหนียวเป็นพิเศษ นอกจากนี้แหล่งน้ำธรรมชาติก็เป็นสิ่งสำคัญ ต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ จากคลองชลประทาน หรือน้ำบาดาล ไม่ควรใช้น้ำประปา เพราะเส้นขนมจีนจะเละทำให้จับเส้นไม่ใด้ ไม่น่ากิน

การทำขนมจีนแป้งหมักแบบเก่า จะต้องหมักข้าวใส่อ่าง 3-4 คืน หรืออาจจะนานกว่านั้นก็ได้ ยิ่งหมักนานจะทำให้แป้งมีความเหนียว และต้องนำข้าวมาล้างน้ำเช้าเย็น เพื่อล้างเอาน้ำเปรี้ยวและเมือกที่เกิดจากการหมักข้าวออกให้หมด ต้องซาวข้าวให้สะอาด หากซาวไม่สะอาดข้าวจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว เมื่อหมักจนข้าวเปื่อย ดีแล้ว จึงเอามาใส่อ่างดิน จากนั้นเอามือถูจนข้าวเละ ใส่น้ำลงไปนิดหน่อย เพื่อจะได้ยินได้สะดวก หรือตำในครกกระเดื่องก็ได้ในปัจจุบันมีเครื่องโม่ข้าวไฟฟ้า ทำให้ทุ่นแรงได้มาก ถ้าหากใช้เครื่องโม่ข้าวไฟฟ้า ไม่จำเป็นต้องหมักข้าวจนเปื่อยมาก หลักเพียง 1-2 วัน เวลาในการหมักน้อยแป้งจึงมีสีอ่อน เสันขนมจีนจึงมีสีขาวน่ากิน หากหมักไว้นาน 5-7 วัน จะได้ผลดีกว่า เพราะแป้งจะเหนียวขึ้น แต่สีของเส้นขนมจีนจะออกคล้ำ และมีกลิ่นหอม นำข้าวที่ตำหรือโม่จนละเอียดแล้ว มายีผสมกับน้ำพอประมาณ จากนั้นกรองให้เหลือแต่น้ำแป้ง ต้องทิ้งให้น้ำแป้งนอนก้นประมาณ 2-3 คืน โดยต้องใส่เกลือลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวบูด ต้องคอยถ่ายน้ำทิ้งและเติมน้ำใหม่ลงไปทุกๆวัน ใส่เกลือด้วยทุกครั้ง และต้องเลือกเกลือขาวๆ ไม่เช่นนั้นสีขนมจีนจะไม่สวย ระหว่างนี้ต้องคอยดูให้ดี ถ้าแป้งที่ทิ้งไว้นอนน้ำจนใสถือว่าใ้ช้ได้ แต่ถ้าแป้งอืดลอยน้ำขึ้นมาแสดงว่าเสีย การทิ้งให้แป้งนอนน้ำนั้นเพื่อให้แป้งมีความหนืดเหนียว ขั้นตอนต่อไปนี คือขึ้นถุง ตักเฉพาะเนื้อแป้งที่นอนก้นใส่ถุงผ้าดิบ ใส่ลงในตะกร้าเพื่อช่วยพยุงถุงแป้งให้ทรงตัว น้ำที่ตกค้างในเนื้อแป้งจะค่อยๆซึมผ่านเนื้อผ้าออกมา บิดปากถุงคั้นเอาน้ำออกจากตัวแป้ง แล้วหาอะไรหนักๆมาทับไว้ เพื่อเค้นให้น้ำออกจนหมดเหลือแต่เนื้อแป้งล้วนๆ ถ้าขึ้นแป้งในตอนเช้า ตอนเย็นก็เอาแป้งที่ได้ออกจากถุงมานวดและปั้นเป็นก้อนกลมขนาดลูกมะพร้าว แล้วนำไปนึ่งหรือต้มให้สุกแต่เปลือกนอก ทิ้งไว้ให้เย็น ที่ต้องเอาก้อนแป้งไปนื่งหืรอต้มให้สุกเฉพาะเปลือกนอก ก็เพื่อให้ เวลานวด ความเหนียวของแป้งที่สุกจะผสมกับแป้งดิบ นวดจนได้แป้งอันเหนียวเนียนพอดีขั้นตอนต่อไปคือ นำแป้งมาโขลกหรือนวด หรือใช้เครื่องนวดไฟฟ้าทุ่นแรง เวลานวดต้องใส่น้ำลงไปผสมด้วยให้แป้งข้นเหนียว สังเกตเมื่อจับ แล้วจะมีลายมือติด อย่าให้เหลวเป็นโจ๊กเป็นอันใช้ได้ ตักใส่กระบอกกดโรคเป็นเ่ส้นลงสู่กระทะน้ำร้อน สมัยก่อนจะกดผ่านหน้าแว่น ตอนบีบเส้น ต้องให้น้ำนิ่ง ไฟแรง ถ้าน้ำเดือดปุดๆให้ตักน้ำใส่ลงไปหนึ่งขัน โรยแป้งไปสักพักเส้นจะลอยขื้น ใช้กระชอน ช้อนตักขึ้น แล้วตักใส่ลงในอ่างน้ำเย็น เพื่อล้างเอาเมือก ออก จากนั้นจึงทำการจับเส้นทันที หากทิ้งไว้นานเสันจะอืด

การจับเสันต้องจับเป็นขดๆ หรือที่เรียกว่ารูปหัวปลาสร้อยขด เป็นวงบนฝ่ามือ แล้ววางทาบซ้อนกันเป็นวงกลมในเข่งหรือกระจาดสานที่ปูรองด้วยใบไม้ เพื่อไม่ให้ติดเข่ง
ใบไม้จะช่วยให้น้ำจากเสันขนมจีนซืมผ่านได้ง่าย ตัวเสันจะแห้งและไม่แฉะช่วยยืดอายุขนมจีน ได้แก่ใบ มะยม ใบไผ่ ใบพลวง หรือ ใบตองกล้วย


2. ขนมจีนแป้งสด
ขนมจีนแป้งสด เส้นจะมีขนาดใหญ่กว่าขนมจีนแป้งหมัก เส้นมีสีขาว อุ้มน้ำมากกว่า ตัวเส้นนุ่ม แต่จะเหนียวน้อยกว่าแป้งหมัก วิธีทำจะคล้ายๆกับขนมจีนแป้งหมัก แต่จะทำง่ายกว่าเพราะไม่ต้องแช่ข้าวหลายวัน และได้เส้นขนมจีนที่มีสีขาว น่ารับกิน การเลือกซื้อขนมจีนแป้งสด ควรเลือกที่ทำใหม่ๆ เส้นจับวางเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ เส้นขนมจีนไม่ขาด ดมดูไม่มีกลิ่นเหม็นแป้ง ไม่มีเมือก ขนมจีนแป้งสดจะเก็บได้ไม่นาน ควรนำมานึ่ง ก่อนกิน

นอกจากนี้ยังมีขนมจีนอีกแบบหนึ่งซึ่งดัดแปลงมาจากขนมจีนเส้นสดนั่นก็คือ ขนมจีนเส้นสมุนไพร

ขนมจีน เส้นสมุนไพรเป็นขนมจีน แป้งสดที่นำสมาผสม ที่ต้องใช้ แป้งสดเพราะแป้งสดมีสีขาว เวลานำไปผสมสี แล้วจะทำให้สีสวย ดูน่ากิน นอกจากนี้ยังไม่มีกลิ่น แหล่งที่ขึ้นชื่อ ในการทำขนมจีนแป้งสดอยู่ที่นำไปอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เสน่ห์ของขนมจีนเสันสมุนไพรอยู่ตรงการผสมสี ที่ได้จากธรรมชาติ แลัว บีบเสันให้เห็นกันสดๆ สีที่ผสมมีตั้งแต่สีส้มที่ได้จากแครอท สีชมพูได้จากบีทรูท สีม่วงได้จากดอกอัญชัน สีเหลืองได้จากฟักทองหรือขมิ้น สีเขยวไดจากใบเตย สีน้ำตาลอ่อนทีได้จากน้ำมะขาม สีเทาได้จากเมล็ดข้าวก่ำหรือข้าวกล้อง

เส้นขนมจีนสมุนไพรนั้นเส้นจะเล็กกว่าขนมจีนทั่วไป เนื้อเสันจะนุ่มเหมือนขนมจีนเส้นสด ไม่มีกลิ่นของน้ำผักผลไม้ที่ผสม สามารถกินได้กับทุกน้ำยาและน้ำแกงทุกขนิด
ยังดีต่อสุขภาพ เพราะมีส่วนผสมของน้ำผักผลไม้ วิธีสัง เกตุหากเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ สีสันจะไม่ฉูดฉาดจนเกินไป หากเห็นเส้นขนมจีนที่มีสีสันจัดจ้านคงต้องตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่า
อาจไม่ใช่สีจากธรรมชาติ อีกอย่างที่สำคัญคือ ขนมจีนเส้นสมุนไพรนั้นเสียเร็วกว่าขนมจีนแป้งสดที่ไม่ผสมสีเมื่อบีบเสร็จควรรีบกิน เพราะหากทิ้งไว้นานเกิน
1 วัน จะทำให้บูดเสีย

สรุปขั้นตอนการทำเส้นขนมจีบ
1.หมักข้าว ทางอิสานเรียกหม่าข้าว
2.ต้องหมั่นล้างข้าวเช้าเย็น เพื่อเอาเมือกแล้วรสเปรี้ยวออกไป
3.นำข้าวทีหมักแล้วมาเข้าเครึ่องโม่ ให้ละเอียด

4.กรองเอาแต่แป้ง
5.ขึ้นถุงแล้วทิ้งให้น้ำตก ออกให้หมด
6.เอาเนื้อแป้งใส่ถุง ใช้ของหนักทับรีดน้ำ
7.นำแป้งไปนึ่ง
8.นึ่งแป้งสุกเพียงเปลือกนอกของแป้งเท่านั้น
9้.ใส่เครื่องนวดแล้วใส่น้ำลงผสม
1O.นำแป้งที่ได้มาโรยเส้น ลงในน้ำเดือด
11.พอเส้นสุกลอยขึ้นมาถือว่าใช้ใด้
12.ใช้กระชอนช้อนขึ้น
13.ตักน้ำราดเส้นล้างเมือกออก
14.จับเส้นในน้ำเย็น แล้วเรียงใส่เช่งทีรองด้วยใบตอง

ขนมจีนน้ำยาเห็ด

ขนมจีนน้ำยาเห็ด

ขนมจีนน้ำยาเห็ด
ขนมจีนน้ำยาเห็ดสูตรนี้เป็นสูตรมังสวิรัติ ใส่เห็ดแทนเนื้อปลา น้ำพริกแกงใช้เต้าหู้ยี้แทนกะปิ การเลือกเห็ดให้เลือกเห็ดที่สด ไม่ช้ำ มีสีธรรมชาติ

ส่วนผสมของขนมจีนน้ำยาเห็ด
เห็ดฟางหั่นชิ้นเล็ก 15 ดอก
เห็ดนางฟ้าฉีก 100 กรัม
กะทิ 2 ถ้วย
เกลือสมุทร 2/2 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
หัวกะทิ 1/4 ถ้วย
ใบมะกรูด 2 ใบ
ขนมจีนเส้นข้าวกล้อง 1 กิโลกรัม
ผักสดต่างๆ
พริกขี้หนูแห้งทอดสำหรับกินแนม

เครื่องแกงสำหรับทำน้ำยาเห็ด
พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเมล็ดออกแช่น้ำจนนุ่ม 5 เม็ด
หอมแดงหั่น 5 หัว
กระเทียมไทยแกะเปลือกหั่น 10 กลีบ
ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1/2 ช้อนชา
กระชายขูดเปลือกหั่น 1/2 ถ้วย
ข่าแก่หั่น 3-5 แว่น
ตะไคร้ซอย 2 ต้น
น้ำ 2 ถ้วย
กะทิ 1 ถ้วย
เนื้อเต้าหู้ยี้สีแดง 1 ช้อนโต๊ะ

1. ทำน้ำพริกแกงโดยต้มเครื่องแกงทั้งหมดในหม้อน้ำจนสุกนุ่ม (ยกเว้นเต้าหู้ยี้กับกะทิ) ตักเฉพาะเครื่องแกงที่ต้มไปปั่นกับกะทิและเต้าหู้ยี้เข้าด้วยกันให้ละเอียด เทใส่หม้อ จากนั้นปั่นเห็ดฟางและเห็ดนางฟ้ากับกะทิ 1 ด้วยให้ละเอียด เทใส่ในหม้อน้ำพริกแกง

2. ยกหม้อน้ำยาตั้งบนไฟกลาง คนให้ทั่ว ใส่กะทิที่เหลือ หมั่นคนจนเดือด ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว ใส่หัวกะทิ อีกใบมะกรูดใส่ ชิมรสให้เค็มอ่อนๆ หวานกะทิและเห็ด ปิดไฟ

3. จัดขนมจีนใส่ชามตักน้ำยาราด หรือตักน้ำยาใส่ถ้วยต่างหาก เสิร์ฟกับผักสดและพริกขี้หนูแห้งทอด

ขนมจีนน้ำยาไก่

ขนมจีนน้ำยาไก่

ขนมจีนน้ำยาไก่
ขนมจีนน้ำยาไก่สูตรนี้เป็นสูตรทางโคราช คล้ายแกงเผ็ดไก่ของภาคกลาง แต่สูตรโคราชจะใส่เครื่องในไก่ ไม่ใส่มะเขือและโหระพาเวลาทำจะเคี่ยวไก่กับกะทิให้เปื่อยนุ่ม น้ำแกงใสไม่ข้นมาก รสชาติเค็มเผ็ดปานกลาง

ส่วนผสมของน้ำยาไก่
กะทิ 2 ถ้วย
หางกะทิ 6 ถ้วย
ตะโพกไก่ติดน่องสับชิ้นพอคำ 3 ขีด
ตีนไก่ 3 ขีด
เลือดไก่หั่นชิ้นพอคำ 2 ขีด
น้ำปลา เกลือ
ขนมจีน

เครื่องแกงสำหรับน้ำยาไก่
พริกแห้งเม็ดใหญ่ 10 เม็ด
เกลือ 1 1/2 ช้อนชา
ข่าแก่หั่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย 3 ต้น
ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
กระเทียมแกะเปลือก 1/4 ถ้วย
หอมแดง 4 หัว
กะปิ 2 ช้อนชา

วิธีทำน้ำยาไก่
1. ทำน้ำพริกแกงโดยใส่เครื่องแกงทั้งหมดโขลกให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย พักไว้
2. เคี่ยวกะทิ 1 ถ้วยในกระทะด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่น้ำพริกแกงที่โขลกพักไว้ ผัดให้หอมและให้แห้ง ใส่หางกะทิ 1 ถ้วย คนให้ทั่ว เคี่ยวให้เดือด ใส่ไก่และตีนไก่ เคี่ยวสักครู่
3. ใส่หางกะทิ 3 ถ้วย เคี่ยวต่อจนตีนไก่นุ่มสุก ใส่เลือดไก่ และหางกะทิที่เหลือ ปรุงรส ด้วยน้ำปลาและเกลือ ชิมรสให้พอดี พอเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ จะได้น้ำยาไก่รสแซบ
4. ตักใส่ขนมจีนใส่จาน ตักน้ำยาราด เสิร์ฟกับผักสด และไข่ไก่ต้ม

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

ขนมจีน และน้ำยาสูตรต่างๆ


สูตร ขนมจีนน้ำยาป่า

สูตร ขนมจีนน้ำยาป่า

ส่วนผสม
1.เส้นขนมจีน 1.5 กิโลกรัม
2.ปลาช่อน 1 ตัว
3.น้ำ 9 ถ้วยตวง
4.ลูกชิ้นปลาประมาณ 20 ลูก
5.เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ
7.ต้นหอมหั่นท่อน 1 นิ้ว 2 ต้น
8.ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ

ส่วนผสมเครื่องแกง
1.พริกขี้หนูแห้ง 30 เม็ด
2.พริกแห้งเม็ดใหญ่ 6-7 เม็ด
3.กระเทียมแกะเปลือก 1/3 ถ้วย
4.หอมแดงหั่น 4 หัว
5.กระชายขูดเปลือกหัน 3/4 ถ้วย
6.พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา
7.ข่าแก่หั่น 2 ช้อนโต๊ะ
8.ตะไคร้ซอย 3 ต้น
9.ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
10.กะปิ 2 ช้อนชา

ผักสดที่ใช้กินแนม
ผักมี ถั่วฝักยาว
แตงกวา
ใบแมงลัก
ผักกระเฉด
ถั่วงอก
หัวปลีซอย
มะระจีนหั่นบางลวก
ก้านผักบุ้งไทยซอยลวก
ผักกาดองหั่น หรือผักสดอื่นๆ
พริกขี้หนูแห้งคั่วสำหรับกินแนม


ขั้นตอนการทำ
1. ขอดเกล็ดปลา ผ่าท้อง ควักเอาไส้ออก เคล้าเกลือให้ทั่ว ล้างทำความสะอาดจนหมดเมือกคาว พักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ ตัดปลาเป็น 3 ท่อน
2. ตั้งหม้อต้มน้ำด้วยไฟปานกลางจนเดือดจัด ใส่เครื่องแกงทั้งหมด ยกเว้นกะปิ ต้มพอเดือดจัด ใส่
ปลา ปิดฝา ต้มจนปลาสุก ตักปลาขึ้น กรองน้ำต้มปลาด้วยกระชอน แกะเอาแต่เนื้อปลา
ตักเครื่องแกงพร้อมน้ำที่ต้มปลาเล็กน้อยใส่โถปั่นหรือโขลก ใส่กะปิ โขลกให้เข้ากันจนละเอียด ใส่เนื้อปลา โขลกต่อละเอียด เทใส่ลงในหม้อน้ำที่ต้มปลา ตั้งบนไฟกลางต่อ ปรุงรสด้วยเกลือและ
น้ำปลา ชิมรสให้เค็มนำ หวานเนื้อปลา น้ำมีลักษณะข้นเล็กน้อย ใส่ลูกชิ้นปลา ใบมะกรูดต้นหอม ปิดไฟ
3. จัดขนมจีนใส่จาน ราดน้ำยาป่า พร้อมทั้งลูกชิ้นปลา หรือตักน้ำยาใส่ถ้วยต่างหาก
เสิร์ฟพร้อมผักสดและพริกขี้หนูแห้งคั่ว

** เคล็ดลับอยู่ที่ น้ำยาป่า ไม่ใส่กะทิ ลอยหน้าด้วยลูกชิ้นปลา ขึ้นด้วยเนื้อปลา รสเผ็ดกลางๆ
หอมกลิ่นกระชาย เลือกกระชายรากอวบอ้วน ขูดเปลือกออกก่อน ล้างน้ำให้สะอาด
ส่วนลูกชิ้นปลาถ้าจะให้อร่อยควรซื้อเนื้อปลากรายมาโขลกเองจะดีที่สุด เพราะไม่ผสมแป้งมากเหมือนซื้อเขา

ขนมจีนน้ำยาอร่อยๆ

ขนมจีนน้ำยากะทิ

ขนมจีนน้ำยากะทิ

เส้นขนมจีนสีขาว เหนี่ยวนุ่ม มาพร้อมกับ น้ำยากะทิเข้มข้น เพียงแค่นึกภาพก็ชวนให้น้ำลายสอแล้ว สำหรับผู้อ่านท่านใดที่อยากลองทำขนมจีนน้ำยากะทิ แล้วเกรงว่า มีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก เราขอนำเสนอสูตรเด็ด เคล็ดลับการทำขนมจีนน้ำยากะทิที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด
  • จำนวนคนที่เสิร์ฟ6-7
  • ระยะเวลาการเตรียม30 นาที
  • ระยะเวลาการทำ25 นาที

ส่วนประกอบ

  • หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่าจากน้ำต้มเครื่องแกง 2 ถ้วยตวง
  • เนื้อปลาอินทรีย์เค็มสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
  • ลูกชิ้นปลา 300 กรัม
  • คนอร์ซุปไก่ก้อน 2 ก้อน
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  • ขนมจีน 1 กิโลกรัม
  • รับประทานกับผักเช่น ถั่วงอก ผักกาดดอง ถั่วฝักยาว ผักกระเฉด พริกป่น ไข่ต้ม ฯลฯ
  • เครื่องน้ำพริก
  • พริกขี้หนูแห้งประมาณ 20-25 เม็ด
  • กระเทียมซอย 4 ช้อนโต๊ะ
  • หัวหอมซอย 4 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระชายซอย 150 กรัม
  • ปลาช่อน ½ กิโลกรัม
  • น้ำสำหรับต้มปลาและเครื่องแกงประมาณ 3 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  • ตั้งหม้อต้มน้ำพร้อมทั้งใส่เครื่องน้ำพริกทั้งหมด เมื่อน้ำเดือดให้ใส่ปลาที่ล้างสะอาดแล้วลงไปต้มให้สุก ตักเครื่องน้ำพริกและปลาขึ้นมาแกะก้างและหนัง โขลกเนื้อปลาให้ละเอียด แล้วพักไว้
  • โขลกเครื่องน้ำพริกให้ละเอียด หรือนำไปใส่เครื่องปั่นให้ละเอียด ใส่น้ำพริกลงในน้ำต้มปลา เติมหัวกะทิตั้งไฟพอเดือด แล้วใส่เนื้อปลาลงไป
  • ปรุงรสด้วยคนอร์ซุปไก่ก้อน น้ำปลา ปลาอินทรีย์เค็ม เคี่ยวด้วยไฟอ่อน จนน้ำยาเริ่มข้น ชิมรส นำใส่จานเสิร์ฟพร้อมขนมจีน และผักต่างๆ เช่น ถั่วงอก ผักกาดดอง ถั่วฝักยาว ผักกระเฉด พริกป่น รวมถึงไข่ต้มด้วย

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

ขนมจีนน้ำยา

ขนมจีนน้ำยาป่า ,ขนมจีนน้ำยาปลาร้า





ส่วนประกอบ

ปลาอะไรก็ได้ (มื้อนี้ได้ปลานิลจ้า)
พริกแห้งแกะเม็ดออก7-8 เม็ด
หอมแดง
กระเทียม
ตระไคร้หั่น
กระชายหั่น
ใบมะกรูดฉีก
ข่า
ต้มหอมหั่นท่อน
ผักชีลาว
น้ำปลา
น้ำปลาร้า
เส้นขนมจีน
ผักต่างๆตามชอบ


วิธีทำ 





1. นำปลามาล้างทำความสะอาด ขูดเกล็ด ผ่าท้องควักใส้ออก ทุบหอม กระเทียมแกะเปลือกออก ตะไคร้ทุบหั่นเป็นท่อน ใบมะกรูดฉีก ส่วนกระชายกับข่าหั่นฝอย พริกแห้งแช่น้ำแกะเม็ดออด พริกขี้หนุบุบพอแตก ผักชีกับต้นหอมหั่นท่อนสั้น เตรียมไว้
2. ใส่น้ำในหม้อ นำเครื่องสมุนไพรทั้งหมดใส่รวมกันในหม้อ (ยกเว้นใบมะกรูด) ต้มจนเดือดแล้วใส่ปลาลงไป ต้มเรื่อย ๆ จนสุก ยกลงทิ้งให้เย็น
3. เครื่องสมุนไพรที่ได้มาปั่นด้วยเครื่องปั่นหรือโขลกด้วยครก (ไม่ต้องละเอียดมาก) ส่วนปลาแกะเอาแต่เนื้อ โขลกรวมกับกับเครื่องสมุนไพร
4. ยกหม้อน้ำต้มปลาตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องทีโขลกใว้ลงไปละลาย รอจนเดือดอีกครั้ง
5. ปรุงรสด้วย น้ำปลาร้า น้ำปลา ชิมรสตามชอบ ต่ออีกสามนาที ใส่ใบมะกรูดกับพริกบุบแล้วปิดไฟ ใส่ต้นหอมกับผักชีลาว ยกลง
6. ตักราดขนมจีนและผักต่างๆตามชอบ

*สูตรจาก Blogคุณ jjbd ค่ะ





.....................................